สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกๆคน วันนี้เป็นวันที่อาจารย์นัดส่งงานประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ อาจารย์ตรวจสอบผลงานของแต่ละคนว่ามีความแข็งแรงหรือไม่ ของเพื่อนบางคนก็หลุดขาด บางคนก็ทนทาน และอาจารย์ได้ถามแต่ละคนว่าที่ทำมาเกี่ยวข้องอะไรกับวิทยาศาสตร์ อาจารย์พยายามให้หาวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน ของดิฉันทำกังหันไฟฟ้าสถิต มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์คือ ไฟฟ้าสถิต เพราะเมื่อถูลูกโป่งกับผม ลูกโป่งจะมีประจุลบเพิ่มขึ้น ลูกโป่งที่มีประจุลบ จะผลักประจุลบบนดาวกระดาษด้านใกล้ ให้ไปอยู่ด้านไกล ทำให้แขนของดาวกระดาษที่อยู่ใกล้ลูกโป่ง มีประจุบวก เมื่อย้ายลูกโป่งไปรอบๆ ประจุลบบนลูกโป่งจะดึงดูดประจุบวกบนแขนดาวด้านใกล้ ทำให้ดาวกระดาษหมุนตาม และเพื่อนๆในห้องก็ทำมามีหลายเรื่อง แต่ที่เพื่อนในห้องทำมาเรื่องของอากาศมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องของแรงดัน และอาจารย์ได้ให้คำอธิบายในเรื่องนี้คือ เช่น เรื่องอากาศ ดิฉันจะยกตัวอย่างการเปาลูกโป่งด้วยขวดน้ำ เมื่อเราบีบขวดแล้วอากาศที่อยู่ภายในขวดจะถ่ายเทที่อยู่ไปอยู่ที่ลูกโป่ง จึงทำให้ลูกโป่งพองโตด้วยอากาศ เราจะเห็นได้ว่าอากาศมีตัวตนและอากาศนั้นต้องการที่อยู่ แต่ถ้าเป็นเรื่องแรงดันนั้นวัตถุต้องเคลื่อนที่ถึงจะเรียกว่าแรงดันของอากาศ เช่นการทำรถขวดน้ำของจีจี้ เพราะเมื่อเราเป่าลูกโป่งที่มัดติดกับตัวรถแล้ว จะทำให้มีอากาศอยู่ภายในลูกโป่ง เมื่อเราปล่อยลูกโป่งอากาศถูกปล่อยออกมาทำให้ดันรถเคลื่อนไหวไปข้างหน้า เราจะเห็นได้ว่ารถเคลื่อนไหวด้วยแรงดันของอากาศ
ในวันนี้อาจารย์ได้เปิดวีดีทัศน์ เรื่องน้ำ และดิฉันสามารถสรุปได้จากการดูวีดีทัศน์ได้ดังนี้
เวลาแดดร้อนจะทำให้ร่างกายของคนเราอ่อนเพลีย เพราะเวลาแดดร้อนจะทำให้เรามีเหงื่อออกมาจะทำให้อ่อนเพลีย ร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบ 70% ถ้าเราขาดน้ำ3วันอาจจะทำให้เราตายได้ เวลาเราอ่อนเพลียเราควรดื่มน้ำทดแทน เราควรดื่มน้ำ8แก้วต่อวัน สิ่งที่มีชีวิตในโลกนี้ล้วนต้องการน้ำในการดำรงชีวิตแม้แต่พืช และในพืชมีน้ำ เป็นส่วนประกอบถึง 90%มีมากกว่ามนุษย์เรา
น้ำนั้นมี 3 สถานะ
-สถานะของแข็ง
-สถานะของเหลว
-ก๊าซ
และน้ำยังสามารถเปลี่ยนสถานะได้
-เพื่อนๆรู้หรือไม่คะว่าฝนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ดิฉันสามารถอธิบายได้ว่า น้ำเมื่อโดนความร้อนของแดดกลายเป็นไอ เรียกว่า ก๊าซ หรือที่เราสามารถมองเห็นเป็นก้อนเมฆ เมื่อก้อนเมฆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและลอยไปกระทบกับความเย็นของชั้นบรรยากาศของโลก จึงเกิดการควบแน่นและกลายเป็นเม็ดฝนหยุดลงมา
-เพื่อนๆรู้ไหมค่ะว่าเมื่อฝนตกหยุดแล้วน้ำที่ถูกขังเป็นบ่อเล็กๆตามข้างถนนหายไปไหน เพราะเป็นการระเหยของน้ำ น้ำจะระเหยจากผิวหน้าของน้ำ และถ้ามีผิวหน้าของน้ำกว้างจะทำให้น้ำระเหยเร็วขึ้น เพราะบ่อน้ำเล็กๆตามข้างถนนมีหน้าผิวที่กว้างและมีไม่มีความลึก
-เพื่อนๆรู้ไหมค่ะว่าทำไม เราสามารถลอยน้ำทะเลได้ดีกว่าน้ำปกติ เป็นเพราะว่า น้ำเกลือมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำปกติ และเกลือยังมีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถดูดความร้อนได้ เราจึงมักเห็นพ่อค้าขายไอศกรีมน้ำเกลือมาใส่ในถังน้ำแข็ง เพื่อเกลือจะได้ดูดความร้อนและทำให้น้ำแข็งละลายช้าลง
-เพื่อนๆรู้เรื่องแรงดันของน้ำไหมค่ะดิฉันสามารถอธิบายได้ดังนี้
แรงดันของน้ำมีแรงกดดันไม่เท่ากัน แรงกดดันของน้ำด้านบนมีแรงกดดันของน้ำน้อย แรงกดดันของน้ำที่อยู่ด้านล่างจะมีแรงกดดันของน้ำมากกว่า คือในระดับความลึกของน้ำจะมีแรงกดดันไม่เท่ากัน ในระดับความลึกจะมีแรงกดดันมากกว่า ในระดับเดียวกันก็จะมีแรงดันเท่ากัน สรุปคือ แรงกดดันของน้ำอยู่ที่ระดับความลึกของน้ำ และนักวิทยาศาสตร์ใช้เรื่องนี้ในการทดลองสร้างเขื่อนเก็บน้ำ
และในวันนี้อาจารย์ได้ให้ทำงานประดิษฐ์เพิ่มจากเดิมและอาจารย์อยากให้ประดิษฐ์จากขวดพลาสติก อาจารย์และเพื่อนๆได้ร่วมกันคิดสิ่งประดิษฐ์จากขวดพลาสติกมามากมายและอาจารย์ก็แบ่งให้กลับไปทำมาส่งในครั้งถัดไป
งานที่ต้องส่ง
- ทำแวนขยายจากขวดพลาสติก
วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ึึึึ 7(2/07/2554)
สวัสดีอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆนะคะ วันนี้ดิฉันได้ทำการนำเสนอ งานประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ คือการทำ กังหันไฟฟ้าสถิตย์เป็นการประดิษฐ์ที่ง่าย เด็กๆสามารถทำเองได้ และมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้
กังหันไฟฟ้าสถิตย์ Electrostatic Fan
กังหันไฟฟ้าสถิตย์ เป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงพลังของไฟฟ้าสถิตย์ที่หลักแหลมตัวหนึ่ง แทนที่จะใช้ลูกโป่งดูดเศษกระดาษเล่นที่เห็นอยู่ทั่วไป นอกจากการเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตย์แล้ว เด็กๆ ยังจะเข้าใจเรื่องความฝืดอีกเรื่องหนึ่งด้วย ดาวกระดาษที่วางอยู่บนปลายดินสอที่แทบจะไม่มีความฝืดนั้น ทำให้เราสามารถใช้แรงผลักที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อหมุนดาวกระดาษไปรอบๆได้
อุปกรณ์ที่ใช้
• กระดาษขนาด A4 - 1 แผ่น : ใช้แล้วก็ได้ครับ
• กรรไกร : เอาไว้ตัดกระดาษ
• ลูกโป่ง : สีอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยงจ้า
• ดินสอ : เหลาให้ปลายแหลมๆ นะครับ
• ดินน้ำมัน : ใช้ก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวก็พอครับ
ขั้นตอนการประดิษฐ์
1. พับครึ่งกระดาษ A4 จำนวน 2 ครั้ง
2. ใช้กรรไกรตัดกระดาษที่พับแล้ว เป็นมุมแหลม เมื่อคลี่ออก จะได้เป็นรูปดาวสี่แฉก
3. ปักดินสอลงบนก้อนดินน้ำมัน ให้ปลายแหลมชี้ขึ้นข้างบน
4. วางดาวกระดาษบนปลายดินสอ เนื่องจากปลายดินสอมีพื้นที่น้อย จะมีแรงเสียดทานกับกระดาษน้อย ทำให้ดาวกระดาษสามารถหมุนไปรอบๆ ได้อย่างง่ายดาย
เพื่อนๆรู้ไหมค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ?
เมื่อถูลูกโป่งกับผม ลูกโป่งจะมีประจุลบเพิ่มขึ้น ลูกโป่งที่มีประจุลบ จะผลักประจุลบบนดาวกระดาษด้านใกล้ ให้ไปอยู่ด้านไกล ทำให้แขนของดาวกระดาษที่อยู่ใกล้ลูกโป่ง มีประจุบวก เมื่อย้ายลูกโป่งไปรอบๆ ประจุลบบนลูกโป่ง จะดึงดูด ประจุบวก บนแขนดาวด้านใกล้ ทำให้ดาวกระดาษ หมุนตาม
กังหันไฟฟ้าสถิตย์ Electrostatic Fan
กังหันไฟฟ้าสถิตย์ เป็นอุปกรณ์ที่แสดงถึงพลังของไฟฟ้าสถิตย์ที่หลักแหลมตัวหนึ่ง แทนที่จะใช้ลูกโป่งดูดเศษกระดาษเล่นที่เห็นอยู่ทั่วไป นอกจากการเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตย์แล้ว เด็กๆ ยังจะเข้าใจเรื่องความฝืดอีกเรื่องหนึ่งด้วย ดาวกระดาษที่วางอยู่บนปลายดินสอที่แทบจะไม่มีความฝืดนั้น ทำให้เราสามารถใช้แรงผลักที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์ เพื่อหมุนดาวกระดาษไปรอบๆได้
อุปกรณ์ที่ใช้
• กระดาษขนาด A4 - 1 แผ่น : ใช้แล้วก็ได้ครับ
• กรรไกร : เอาไว้ตัดกระดาษ
• ลูกโป่ง : สีอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยงจ้า
• ดินสอ : เหลาให้ปลายแหลมๆ นะครับ
• ดินน้ำมัน : ใช้ก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวก็พอครับ
ขั้นตอนการประดิษฐ์
1. พับครึ่งกระดาษ A4 จำนวน 2 ครั้ง
2. ใช้กรรไกรตัดกระดาษที่พับแล้ว เป็นมุมแหลม เมื่อคลี่ออก จะได้เป็นรูปดาวสี่แฉก
3. ปักดินสอลงบนก้อนดินน้ำมัน ให้ปลายแหลมชี้ขึ้นข้างบน
4. วางดาวกระดาษบนปลายดินสอ เนื่องจากปลายดินสอมีพื้นที่น้อย จะมีแรงเสียดทานกับกระดาษน้อย ทำให้ดาวกระดาษสามารถหมุนไปรอบๆ ได้อย่างง่ายดาย
เพื่อนๆรู้ไหมค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ?
เมื่อถูลูกโป่งกับผม ลูกโป่งจะมีประจุลบเพิ่มขึ้น ลูกโป่งที่มีประจุลบ จะผลักประจุลบบนดาวกระดาษด้านใกล้ ให้ไปอยู่ด้านไกล ทำให้แขนของดาวกระดาษที่อยู่ใกล้ลูกโป่ง มีประจุบวก เมื่อย้ายลูกโป่งไปรอบๆ ประจุลบบนลูกโป่ง จะดึงดูด ประจุบวก บนแขนดาวด้านใกล้ ทำให้ดาวกระดาษ หมุนตาม
วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6 (25/07/2554)
สวัสดีอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคนวันนี้อาจารย์พูดถึงการรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดและอาจารย์ได้บอกว่าสื่อที่ให้ข้อความรู้มีมากมายได้แก่สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ การจัดนิทรรศการ โปสเตอร์
นอกจากจะมีสื่อเหล่านี้แล้ว เราควรมีการส่งไปรษณีย์ ไปย้ำเตือนให้ลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด
และมีเพลงให้ฟังเพื่อเป็นการย้ำเตือนอีกทางแล้วเรายังสามารถช่วยกันเดินรณรงค์ เวลาเดินรณรงค์ควรมีการทดลองให้ดู โดยให้เห็นข้อเท็จจริงเพื่อที่จะให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีและสิ่งที่เราพูดมาเราสามารถเขียนเป็นโครงการขึ้นมาได้
จากการรณรงค์ทำให้คนรอบข้างได้ประโยชน์ดังนี้
-ได้ความรู้
-ได้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ลงมือปฏิบัติ
-ได้กระบวนการทำงานจากการเรียงลำดับของโครงการ
-เกิดการทำงานรวมกันเป็นกลุ่ม
และที่อาจารย์ได้พูดมาทั้งหมดนี้คือการสรุปโครงการการรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด
เมื่อข้อความรู้เสร็จอาจารย์ก็ถามว่าข้อความรู้สื่ออะไรถึงตัวเด็ก เพื่อนๆก็ตอบมากมาย แต่ก็ผิดแต่ก็มีเพื่อนคนหนึ่งตอบว่าพูดถึงลักษณะของเด็กและก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ข้อความข้างต้นบอกลักษณะของเด็กปฐมวัย และอาจารย์ได้ยกตัวอย่าง ให้บอกลักษณะส้มโอ เพื่อนในห้องทุกคนก็ช่วยกันตอบอย่างสนุกสนาน
อาจารย์ได้พูดถึงเนื้อหาหลายๆหัวข้อมีดังนี้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ทักษะกระการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหาเหตุผล แสวงหาความรู้ สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามวัยของเด็ก ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว
1.ทักษะการสังเกตหมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ประสาทสัมผัสทั้ง5 เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุ หรือ เหตุการณ์ โดยมีจุดประสงค์ที่จะหาข้อมูล ซึ่งมีรายละเอียดของสิ่งนั้นๆ
-การสังเกตรูปร่างลักษณะและคุณสมบัติทั่วไป
-การสังเกตควบคู่กับการวัดเพื่อทราบปริมาณ
-สังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง
2.ความหมายทักษะการจำแนกประเภท หมายถึง ความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งของโดยการหาเกณฑ์
-ความเหมือน
-ความแตกต่าง
-ความสัมพันธ์ร่วม
3.ความหมายทักษะการวัด หมายถึง การให้เครื่องมือต่างๆวัดหาปริมาณสิ่งของที่เราต้องการทราบได้อย่างถูกต้อง โดยมีหน่วยการวัดกำกับ
-รู้จักกับสิ่งของที่จะวัดกำกับ
-การเลือกเครื่องมือที่นำมาใช้วัด
-วิธีการที่เราจะวัด
4.ความหมายทักษะการสื่อความหมาย หมายถึง การพูด การเขียน วาดภาพ และภาษาท่าทางการแสดงสีหน้า ความสามารถรับข้อมูลได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
-บรรยายลักษณะคุณสมบัติของวัตถุ
-บันทึกการเปลี่ยนแปลงของวัตถุได้
-บอกความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ได้จัดกระทำ
-จัดกระทำข้อมูลในรูปแบบต่างๆ
5.ความหมายทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล หมายถึง การเพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผลโดยอาศัยความรู้หรือประสบการณ์
-ลงข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ
-ลงข้อสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ
-ความสังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง
6.ความหมายทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา
หมายถึง การรู้จักเรียนรู้ 1 มิติ 2 มิติ 3 มิติ การเขียนภาพ 2 มิติแทนรูป 3 มิติ การบอกทิศทาง การบอกเงาที่เกิดจากภาพ 3 มิติ การเห็นและเข้าใจภาพที่เกิดบนกระจกเงาการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา สำหรับเด็กปฐมวัย
1.ชี้บ่งภาพ 2 มิติ และ3 มิติ
2.บอกสัมพันธ์ระหว่างทิศทางของวัตถุ
3.บอกตำแหน่งหรือทิศทางของวัตถุ
4.บอกตำแหน่งซ้ายหรือขวาของภาพที่เกิดจากการวางวัตถุไว้หน้ากระจก
7.ความหมายทักษะการคำนวณ หมายถึง ความสามารถในการนับจำนวนของวัตถุ การบวกการลบ คูณ หาร การนับจำนวนของวัตถุการนำจำนวนตัวเลขมากำหนดบอกลักษณะต่างๆ เช่น ความกว้าง
1.การนับจำนวนของวัตถุ
2.การบวก ลบ คูณ หาร
3.การนำตัวเลขมากำหนดเพื่อบอกลักษณะต่างๆของวัตถุ
มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย คือ เป็นเกณฑ์การวัด
มาตรฐานการศึกษาด้านผู้เรียน
-มาตรฐานที่ 5 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ และมีความคิดสร้างสรรค์
และในวันนี้อาจารย์ก็ได้สอนไว้แค่นี้แล้วก็สั่งงานให้ส่งในอาทิตย์หน้า
นอกจากจะมีสื่อเหล่านี้แล้ว เราควรมีการส่งไปรษณีย์ ไปย้ำเตือนให้ลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด
และมีเพลงให้ฟังเพื่อเป็นการย้ำเตือนอีกทางแล้วเรายังสามารถช่วยกันเดินรณรงค์ เวลาเดินรณรงค์ควรมีการทดลองให้ดู โดยให้เห็นข้อเท็จจริงเพื่อที่จะให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีและสิ่งที่เราพูดมาเราสามารถเขียนเป็นโครงการขึ้นมาได้
จากการรณรงค์ทำให้คนรอบข้างได้ประโยชน์ดังนี้
-ได้ความรู้
-ได้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ลงมือปฏิบัติ
-ได้กระบวนการทำงานจากการเรียงลำดับของโครงการ
-เกิดการทำงานรวมกันเป็นกลุ่ม
และที่อาจารย์ได้พูดมาทั้งหมดนี้คือการสรุปโครงการการรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด
เมื่อข้อความรู้เสร็จอาจารย์ก็ถามว่าข้อความรู้สื่ออะไรถึงตัวเด็ก เพื่อนๆก็ตอบมากมาย แต่ก็ผิดแต่ก็มีเพื่อนคนหนึ่งตอบว่าพูดถึงลักษณะของเด็กและก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ข้อความข้างต้นบอกลักษณะของเด็กปฐมวัย และอาจารย์ได้ยกตัวอย่าง ให้บอกลักษณะส้มโอ เพื่อนในห้องทุกคนก็ช่วยกันตอบอย่างสนุกสนาน
อาจารย์ได้พูดถึงเนื้อหาหลายๆหัวข้อมีดังนี้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ทักษะกระการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหาเหตุผล แสวงหาความรู้ สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามวัยของเด็ก ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว
1.ทักษะการสังเกตหมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ ประสาทสัมผัสทั้ง5 เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุ หรือ เหตุการณ์ โดยมีจุดประสงค์ที่จะหาข้อมูล ซึ่งมีรายละเอียดของสิ่งนั้นๆ
-การสังเกตรูปร่างลักษณะและคุณสมบัติทั่วไป
-การสังเกตควบคู่กับการวัดเพื่อทราบปริมาณ
-สังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง
2.ความหมายทักษะการจำแนกประเภท หมายถึง ความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งของโดยการหาเกณฑ์
-ความเหมือน
-ความแตกต่าง
-ความสัมพันธ์ร่วม
3.ความหมายทักษะการวัด หมายถึง การให้เครื่องมือต่างๆวัดหาปริมาณสิ่งของที่เราต้องการทราบได้อย่างถูกต้อง โดยมีหน่วยการวัดกำกับ
-รู้จักกับสิ่งของที่จะวัดกำกับ
-การเลือกเครื่องมือที่นำมาใช้วัด
-วิธีการที่เราจะวัด
4.ความหมายทักษะการสื่อความหมาย หมายถึง การพูด การเขียน วาดภาพ และภาษาท่าทางการแสดงสีหน้า ความสามารถรับข้อมูลได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
-บรรยายลักษณะคุณสมบัติของวัตถุ
-บันทึกการเปลี่ยนแปลงของวัตถุได้
-บอกความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ได้จัดกระทำ
-จัดกระทำข้อมูลในรูปแบบต่างๆ
5.ความหมายทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล หมายถึง การเพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผลโดยอาศัยความรู้หรือประสบการณ์
-ลงข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ
-ลงข้อสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ
-ความสังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง
6.ความหมายทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา
หมายถึง การรู้จักเรียนรู้ 1 มิติ 2 มิติ 3 มิติ การเขียนภาพ 2 มิติแทนรูป 3 มิติ การบอกทิศทาง การบอกเงาที่เกิดจากภาพ 3 มิติ การเห็นและเข้าใจภาพที่เกิดบนกระจกเงาการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา สำหรับเด็กปฐมวัย
1.ชี้บ่งภาพ 2 มิติ และ3 มิติ
2.บอกสัมพันธ์ระหว่างทิศทางของวัตถุ
3.บอกตำแหน่งหรือทิศทางของวัตถุ
4.บอกตำแหน่งซ้ายหรือขวาของภาพที่เกิดจากการวางวัตถุไว้หน้ากระจก
7.ความหมายทักษะการคำนวณ หมายถึง ความสามารถในการนับจำนวนของวัตถุ การบวกการลบ คูณ หาร การนับจำนวนของวัตถุการนำจำนวนตัวเลขมากำหนดบอกลักษณะต่างๆ เช่น ความกว้าง
1.การนับจำนวนของวัตถุ
2.การบวก ลบ คูณ หาร
3.การนำตัวเลขมากำหนดเพื่อบอกลักษณะต่างๆของวัตถุ
มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย คือ เป็นเกณฑ์การวัด
มาตรฐานการศึกษาด้านผู้เรียน
-มาตรฐานที่ 5 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ และมีความคิดสร้างสรรค์
และในวันนี้อาจารย์ก็ได้สอนไว้แค่นี้แล้วก็สั่งงานให้ส่งในอาทิตย์หน้า
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5 (19/072554)
สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อนทุกคน วันนี้ดิฉันไม่ได้มาเรียนจึงนำบทความของ นางสาวธนาภรณ์ อำลอย มาเป็นต้นแบบในครั้งนี้ และนางสาวธนาภรณ์ อำลอย ได้เขียนบทความรู้ดังนี้
สำหรับการเรียนการสอนในวันนี้ อาจารย์ให้สรุป การทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่แต่ละกลุ่มได้ทำ กลุ่มดิฉันได้ทำกิจกรรม น้ำนมมหัศจรรย์ และอาจารย์ให้สรุปออกมาเป็น Mind map เป็นกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอน อุปกรณ์ ผลที่ได้รับ เด็กได้ความรู้อะไรบ้าง เกิดทักษะอะไรบ้าง และหลังจากนั้น อาจารย์ได้พูดคุยกันในเรื่อง โครงการ ลด ละ เลิก บุหรีและสิ่งเสพติดเพื่อถวายแด่พ่อหลวง 84 พรรษา และอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มเขียนโครงการนี้ออกมาเป็นของแต่ล่ะกลุ่ม ได้มีการแต่เพลงเพื่อใช้ในการรณรงค์เชิญชวนเกี่ยวกับโครงการนี้
บรรยายกาศในการเรียนในวันนี้ มีความสนุกสนานดี มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างสนุกสนาน ห้องเรียนมีบรรยากาศน่าเรียน อากาศเย็นสบายดีค่ะ
สำหรับการเรียนการสอนในวันนี้ อาจารย์ให้สรุป การทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่แต่ละกลุ่มได้ทำ กลุ่มดิฉันได้ทำกิจกรรม น้ำนมมหัศจรรย์ และอาจารย์ให้สรุปออกมาเป็น Mind map เป็นกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอน อุปกรณ์ ผลที่ได้รับ เด็กได้ความรู้อะไรบ้าง เกิดทักษะอะไรบ้าง และหลังจากนั้น อาจารย์ได้พูดคุยกันในเรื่อง โครงการ ลด ละ เลิก บุหรีและสิ่งเสพติดเพื่อถวายแด่พ่อหลวง 84 พรรษา และอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มเขียนโครงการนี้ออกมาเป็นของแต่ล่ะกลุ่ม ได้มีการแต่เพลงเพื่อใช้ในการรณรงค์เชิญชวนเกี่ยวกับโครงการนี้
บรรยายกาศในการเรียนในวันนี้ มีความสนุกสนานดี มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างสนุกสนาน ห้องเรียนมีบรรยากาศน่าเรียน อากาศเย็นสบายดีค่ะ
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4 (12/07/2554)
สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆทุกคน วันนี้อาจารย์ให้ออกมานำเสนองานจากสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มของดิฉันได้เรื่องเกี่ยวกับแนวคิดของนักการศึกษา กลุ่มของดิฉันได้นำเสนอในรูปแบบที่แปลกใหม่ คือ นำเสนอแบบรายการโทรทัศน์ อาจารย์ก็ได้ให้คำเสนอแนะในการนำเสนองานว่า ผลงานยังไม่ค่อยสมบรูณ์ เพราะเพื่อนในกลุ่มไม่ได้พูดทุกคน จึงทำให้การให้คะแนนไม่เท่ากันอาจารย์ให้ตามการทำงานของแต่ละบุคคล และอาจารย์ให้นำไปปรับปรุงในการนำเสนอครั้งต่อๆไป แล้ววันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษนำกิจกรรมวิทยาศาสตร์มาทดลองในห้องเรียน และกลุ่มของดิฉันได้ทดลองกิจกรรม ลูกเกดเต้นระบำ มีวิธีการทดลองดังนี้
1.นำน้ำโซดาเทใส่แก้ว 1 ใบและน้ำเปล่าเทใส่แก้ว 1 ใบ
2.นำลูกเกดใส่แก้วทั้ง 2 ใบแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลูกเกดในแก้วทั้ง 2 ใบ
ผลการทดลอง
ลูกเกตที่อยู่ในแก้วน้ำโซดาจะจมลอยสลับกันไปมา แต่ลูกเกตที่อยู่ในน้ำเปล่าจะจมลงไป
สาเหตุที่ทำให้ลูกเกตจมลอยสลับกันไปมา
เพราะน้ำโชดามีกรดและมีความซ่า เมื่อเรานำลูกเกตใส่ลงไปในน้ำโซดา ทำให้ลูกเกตเกิดการลอยตัวขึ้นมาเพราะเกิดจากแรงดันของก๊าซที่อยู่ภายในน้ำโซดาทำให้ลูกเกตเกิดการเคลื่อนไหวลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ
1.นำน้ำโซดาเทใส่แก้ว 1 ใบและน้ำเปล่าเทใส่แก้ว 1 ใบ
2.นำลูกเกดใส่แก้วทั้ง 2 ใบแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลูกเกดในแก้วทั้ง 2 ใบ
ผลการทดลอง
ลูกเกตที่อยู่ในแก้วน้ำโซดาจะจมลอยสลับกันไปมา แต่ลูกเกตที่อยู่ในน้ำเปล่าจะจมลงไป
สาเหตุที่ทำให้ลูกเกตจมลอยสลับกันไปมา
เพราะน้ำโชดามีกรดและมีความซ่า เมื่อเรานำลูกเกตใส่ลงไปในน้ำโซดา ทำให้ลูกเกตเกิดการลอยตัวขึ้นมาเพราะเกิดจากแรงดันของก๊าซที่อยู่ภายในน้ำโซดาทำให้ลูกเกตเกิดการเคลื่อนไหวลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ
วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
บันทึกการเรียนรู้ที่ 3 ( 05/07/2554)
สวัสดีคะอาจารย์ที่เคารพ วันนี้อาจารย์ให้นำเสนองาน แต่นักศึกษาทำงานมาในรูปเดิมๆ อาจารย์จึงให้เวลา 20 นาที เพื่อให้คิดการนำเสนองานรูปแบบใหม่ แต่นักศึกษาขอเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้าเพื่อให้การนำเสนองานมีรูปแบบที่ดีกว่านี้
++++ งานที่อาจารย์สั่งมีดังนี้
1) นำเสนองานในรูปแบบที่แปลกใหม่
2) แบ่งกลุ่ม 3-4 คนหากิจกรรมวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน สัปดาห์หน้า
++++ งานที่อาจารย์สั่งมีดังนี้
1) นำเสนองานในรูปแบบที่แปลกใหม่
2) แบ่งกลุ่ม 3-4 คนหากิจกรรมวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน สัปดาห์หน้า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



